โยคะเป็นวิถีแห่งการฝึกฝนตนเองที่มีมาแต่โบราณในประเทศอินเดีย และ
ในยุคนั้นยังไม่ มีใครรวบรวมให้เป็น ระบบที่คนส่วนใหญ่ในยุคนั้นนำไป
ปฏิบัติได้ เพียงแต่ปฏิบัติไปตามการสอน หรือการการถ่ายทอดโดยผ่าน
ปากต่อปาก และส่วนใหญ่จะเป็นคำแนะนำ การฝึกฝน จึงมีแนวโน้ม ที่จะ
คลาดเคลื่อน นอกเสียจากผู้ที่รู้จักใกล้ชิดคุรุ (Guru) เท่านั้นที่จะได้รับ
การสอน ได้รับความรู้ เป็นการส่วนตัว และไม่มีการเขียนตำรา และบันทึก
วิธีการปฏิบัติวิชาโยคะแต่ละสาขาให้ชัดเจน แต่ก็มีการสอนกันหลาย
สำนัก และครูสอนก็มีมากมาย แต่มีท่านที่ประสบความสำเร็จในการ
รวบรวมให้เป็นระบบ ซึ่งเป็นผลงานอันยิ่งใหญ่ของท่านมหาริชชี่ ป
ตัญชลี (Rishi Patanyali) เรียกว่าโยคะสูตร ( The Yogasutra) ซึ่ง
เป็นการรวบรวมวางรากฐานทุกความสำคัญของพระสูตร โยคะไว้เป็น
ระบบ แบบแผนที่รัดกุมที่สุด จากนั้นก็มีตำราโยคะมากมายผลิตตามมา
ส่วนใหญ่จะ เป็นการแปลมาจากต้นฉบับเดิม และได้นำประสบการณ์ที่ตน
เองปฏิบัติโยคะมาเขียน ทั้งหมดนี้ เกิดก่อนคริสต์ศาสนา ( Before The
Birth of christ)
สำหรับในประเทศไทยตามตำราฤาษีดัดตน วัดโพธิ์ เข้าใจว่าวิชาโยคะ
เป็นที่รู้จักตั้งแต่รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก
มหาราช โปรดให้สร้างฤาษีดัดตนทำด้วยดิน จนกระทั่งต่อมาปีพ.ศ.
2374 ในสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระ
กรุณาโปรดฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพน เป็นงานใหญ่ และทรงพระ
กรุณาโปรดให้ปั้นฤาษีดัดตนเนื้อชิน 80 ท่าน ตั้งไว้ที่เขาฤาษีดัดตน ด้าน
ใต้ของวิหารทิศพระปัญจวัคคีย์ คนไทยเริ่มรู้จักฤาษีดัดตนมาบริหาร
ร่างกายเพื่อการบำบัด อาการต่าง ๆเช่น แก้อาการปวดเมื่อย
ส่วนโยคะเริ่มมีการเผยแพร่ในประเทศไทยระหว่าง พ.ศ. 2468 -2469
เป็นตำราชื่อวิทยาศาสตร์ การหายใจ ซึ่งแปลโดยพระยานรรัตน์ราชมานิต
และ ในพ.ศ.2499 อาจารย์ชด หัสบำเรอ ได้เปิดสอนโยคะและเผยแพร่
ขึ้นในประเทศไทย ซึ่งเรียนและ ฝึกปฏิบัติมาจากท่านมหาริชชี่ ศิวะนันทะ
เมืองฤาษีเกษ ประเทศอินเดีย และในปัจจุบันโยคะได้ เผยแพร่ไปทั่วโลก
ในประเทศไทยมีการเปิดสอนโยคะกันหลายสาขา และในแต่ละสำนัก
อาจารย์ ที่สอนก็ศึกษามาจากอาจารย์จากสำนักต่าง ๆ ในประเทศไทย
ประเทศอินเดียซึ่งเป็นต้นตำรับของ โยคะและจากต่างประเทศ อื่น ๆ การ
สอนโยคะมีทั้งโยคะ เพื่อการบำบัดแต่ยังไม่เป็นที่นิยม แพร่หลาย และ
การสอนที่มีแพร่หลายอยู่นั้น มุ่งเน้นการสอนเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ
ประวัติของโยคะ
โยคะ คือ ภูมิปัญญาอันนิรันดร์ของอินเดีย มีหลักฐานเกี่ยวกับโยคะตั้งแต่
สมัยอารยธรรมลุ่มน้ำสินธุ เมื่อราว 3,000 ปี ก่อนคริสต์กาล นัก
ประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่าโยคะมี มากกว่า 5,000 ปีแล้ว โยคะเป็น
ศาสตร์ที่สำคัญยิ่งของวัฒนธรรมอินเดีย คือ กำเนิดจากประเทศ อินเดีย
โดยมีความผูกพันอยู่กับปรัชญาและศาสนาฮินดู
ความหมายของโยคะ
โยคะมาจากรากศัพท์ ยุจ แปลว่า รวม องค์รวม เต็มหรือ Integration
สิ่งสำคัญ โยคะคือ การรวมกายกับใจของผู้ฝึกเข้าไว้ด้วยกัน โยคะ หมาย
ถึง กระบวนการที่มนุษย์เรียนรู้ที่จะดำรงชีวิตอย่างเป็นองค์รวมให้ได้มาก
ที่สุด ซึ่งรวมไปถึงการทำความรู้จักตัวตนของตัวเองและการลดทอนหรือ
ขจัดสภาวะต่างๆ ที่บั่นทอนความเป็นองค์รวม ซึ่งการอยู่อย่างองค์รวม
โยคะให้ความสำคัญกับเทคนิคต่างๆ ที่จะช่วยให้ มนุษย์รู้จักมูลเหตุทุก
ชนิดที่ขาดสมดุล อันก่อให้เกิดความเจ็บป่วยและจัดปรับให้มันคืนสู่ความ
เป็นปกติ ดังนั้น โยคะจึงเป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยการพัฒนาทางด้านจิตและ
ด้านกายของมนุษย์ และ ทางด้านการบำบัดรักษาไปพร้อมๆ กัน โยคะให้
ความสำคัญยิ่งกับหลักแห่งความสมดุล การฝึกท่าโยคะจึงเป็นการเหยียด
แล้ว คลายสลับกันไปจนจบ โยคะคือ วินัยต่อร่างกายและจิตใจมุ่งไปที่
การประสานกลมกลืนกับของระบบต่างๆ ของชีวิต โดยอาศัยเทคนิค
หลายๆ อย่างประกอบกัน ทั้งอาสนะ (การฝึกท่าทางกาย) การหายใจ
สมาธิ
สภาวะ 3 ประการของโยคะ
1. การรวมกาย – จิตเข้าด้วยกัน อันหมายถึง การมีสติรู้อยู่กับกายตลอด
เวลา
2. ความสมดุล โยคะคือ การสร้างสมดุลให้เกิดขึ้น ทั้งสมดุลภายในตนเอง
และสมดุล ระหว่างตนเองกับสิ่งรอบตัว
3. กายพัฒนาจิต กระบวนการของโยคะเป็นการฝึกจิต โยคะทำให้จิต
เข้มแข็ง ตลอดจนยกระดับจิตให้สูงยิ่งๆ ขึ้นไป